กรณีเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่นำเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ น.ส.นกแก้ว แสนสมปาน อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/3 ถนนสุริยวงค์ ต.หายยาอ.เมือง จ.เชียงใหม่ซึ่งมีสภาพร่างกายอ้วนผิดปกติ โดยมีน้ำหนักตัวสูงถึง 300 กิโลกรัม ทำให้ไม่สามารถลุกเดินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ขณะที่แม่วัยชราต้องเก็บขยะประทังชีวิตและดูแลลูกที่ป่วย ต่อมาทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้เข้าไปให้การช่วยเหลือด้วยการนำตัวออกมาจากที่บ้าน และมารักษาที่โรงพยาบาล ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่หอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง 3 ชั้น 11 รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ นพ.ธงชัย อุดคำ แพทย์ประจำโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และเป็นแพทย์ดูแล น.ส.นกแก้ว ได้เข้ามาดูอาการและเปิดเผยถึงความคืบหน้าด้านการรักษา หลังจากผ่านไปได้ 19 วัน พบว่า เมื่อวัดรอบเอวจาก 213 เซนติเมตร เหลือ 203 เซนติเมตร น้ำหนักเดิม 300 กิโลกรัม เหลือเพียง 189 กิโลกรัม สภาพร่างกายยังมีอาการการหายใจติดขัดเวลานอน ส่วนโรคหัวใจ และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ยังไม่มีในตอนนี้ แต่ก็มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
นพ.ธงชัย กล่าวต่อว่า การรักษาและให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น รวมถึงเป็นการผ่อนคลายและช่วยเหลือในเรื่องของกล้ามเนื้อ คือให้ขยับแขนขาเหมือนออกกำลังกาย ให้ร่างกายตื่นตัว หากสามารถลดได้ถึง 150 กิโลกรัม ก็จะผ่าตัดกระเพาะ หรือการทำบายพลาสตัดการเชื่อมต่อทางเดินอาหารที่ลงไปสู่กระเพาะโดยตรง เพื่อให้เกิดการดูดซึมอาหารได้รวดเร็ว และให้อิ่มเร็วขึ้น คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน น้ำหนักก็จะลดลงตามเป้าหมาย
ด้าน น.ส.นกแก้ว เปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ตอนนี้รู้สึกดีอย่างมาก และรู้สึกว่าตัวเองผอมลงด้วย อยากหายเร็ว ๆ แม้ความอยากกินอาหารยังมีอยู่ แต่เมื่ออยากหายจากโรคนี้ก็ต้องอดทน และทานอาหารตามที่แพทย์สั่ง เพราะอยากกลับไปเดินได้อีกครั้ง ตอนนี้ก็เริ่มขยับแขนขาได้คล่องมากขึ้นแล้ว แม้ว่าจะยังลงไปเดินไม่ได้ก็ตาม สำหรับในอนาคตหลังจากที่รักษาหายแล้ว ก็คงจะงดอาหารที่เป็นของหวาน ของทานเล่น เพราะไม่อยากกลับมาอ้วนอีก ขอขอบคุณทีมแพทย์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เข้าให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งประชาชนคอยให้กำลังใจมาโดยตลอด.
เครดิต dailynews.co.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น