เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ส.ค. นายไชยยันต์ กันหา สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์ประชาชน จังหวัดเลย นางแก้ว (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี ได้พาด.ญ. นุ่น (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ร.ร.แห่งหนึ่ง บุตรสาวซึ่งเป็นผู้เสียหาย เข้าพบนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งร้องทุกข์ไว้ที่สภ.ภูกระดึง แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบ โดยนางแก้ว กล่าวว่าเมื่อประมาณวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนเองพร้อมบุตรสาวและญาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ภูกระดึง เพื่อดำเนินคดีกับนายแบงกก์ (นามสมมุติ) ซึ่งได้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวของตนเองมาประมาณ 2 เดือนเศษ แต่คดียังไม่คืบหน้าจากที่ได้ไปสอบถามทางตำรวจเจ้าของคดีก็ไม่มีการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีแต่อย่างใด จึงได้มาร้องที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์ประชาชนจังหวัดเลยพาเข้าร้องเรียนต่อ ผวจ.เลย โดยนายแบงก์เคยมีภรรยามาก่อนแต่เลิกกัน เนื่องจากเป็นที่รู้กันดีว่า นายแบงก์ติดยาเสพติด และชอบตบตีภรรายาเก่าจนทนไม่ไหว ต้องหอบเสื้อผ้าหลบหนีไป เกรงลูกจะเป็นอันตรายเพราะกำลังเรียนหนังสืออยู่
ด้านด.ญ.นุ่น ผู้เสียหายให้การว่า รู้จักกับนายแบงก์ มาตั้งแต่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนเิกิดเหตุนายแบงก์โทรติดต่อให้ตนไปหาที่บ้าน จากนั้นปิดประตูขังไว้ในบ้านแล้วลงมือข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปบอกใคร จากนั้นมานายแบงก์ก็จะโทรศัพท์มาแล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ทุกครั้ง
ขณะที่นายวิโรจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ให้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเลยเร่งดำเนินการเป็นการด่วน ทำหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เลย ดำเนินการสอบทางเจ้าของคดีว่ารับแจ้งความแล้วไม่ดำเนินการอย่างไรไม่จับกุมผู้กระทำผิดโดยให้ชี้แจงเป็นหนังสือภายใน 3 วัน เพราะเท่าที่ฟังดูเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่ คสช.ให้ความสำคัญมากจากที่มีข่าวการข่มขืนบนรถไฟเมื่อเร็ว ๆ นี้ มอบให้ทางนายอำเภอภูกระดึงสอบสวนในเรื่องนี้เป็นการด่วนแล้ว.
เครดิต dailynews.co.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น