เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรม ว่า กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งปรับปรุงพัฒนาระบบงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านต่างๆ ของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประชาชน โดยในวันที่ 19 ส.ค.นี้ จะประชุมมอบนโยบาย ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง และทุกกรมในสังกัด ออกไปตรวจเยี่ยมติดตาม ประเมินผล ให้คำแนะนำแก่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการเชื่อมโยงติดต่อสื่อสาร โดยศูนย์ดำรงธรรมทุกแห่งจะต้องสามารถให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบาย มาตรการต่างๆ ของ คสช. และรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมีได้อย่างครอบคลุม ชัดเจน รวมทั้งระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อมูลการให้บริการของทุกกระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งนี้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ซึ่งมีภารกิจดังกล่าวจะต้องส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมให้บริการที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดด้วย
ปลัด มท. กล่าวด้วยว่า ได้มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูป เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อีกทางหนึ่ง รวมทั้งการขึ้นบัญชีกลุ่มธุรกิจ สมาคม บริษัทห้างร้าน กลุ่มบุคคล บุคคลต่างๆ ที่เต็มใจจะช่วยชาติ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เช่น การรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่เหมาะสม หรือจำหน่ายปัจจัยการผลิต สินค้าอุปโภคบริโภค โดยไม่ค้ากำไรเกินควร เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และมาใช้บริการ รวมทั้งแจ้งให้ คสช. รัฐบาล ได้รับทราบด้วย
ทางด้านนายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) กล่าวว่า ปค.ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยให้ทุกอำเภอจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอขึ้น เพื่อให้บริการแก้ไขปัญหาชาวบ้านในระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้านแบบเบ็ดเสร็จ (วันสต็อปเซอร์วิส) ทำให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางเข้ามาร้องเรียนถึงในจังหวัด และส่วนกลาง โดย ปค.ได้ให้นายอำเภอใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการระดับอำเภอจัดตั้งชุดปฏิบัติการตำบล (ชปต.) ขึ้นโดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน อสม. ผู้นำศาสนา หรือประชาชนที่ต้องการอาสาเข้ามาช่วยแก้ปัญหา พร้อมด้วยหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงของปัญหา หรือข้อร้องเรียนของประชาชนในหมู่บ้าน หรือตำบล และดำเนินการไกล่เกลี่ยในเบื้องต้น แต่ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการระดับอำเภอ ดำเนินการแก้ไขต่อไป.
เครดิต dailynews.co.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น