นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
บรรยากาศที่ สน.ลุมพินี สื่อมวลชนยังเฝ้าติดตามคดีอุ้มบุญต่อเนื่อง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบพ่อชาวญี่ปุ่นเข้าพบตำรวจแต่อย่างใด
ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ สน.ลุมพินี บรรดาสื่อมวลชนจากสำนักข่าวต่างๆ ทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศยังคงเกาะติดความคืบหน้าและรอว่า นายชิเกตะ มิตซูโตกิ จะเดินทางมาเข้าพบและให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวนหรือไม่
ในขณะเดียวกัน พ.ต.อ.เดชา พรหมสุวรรณ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า ได้ส่งหมายเรียก น.พ.พิสิฐ ตัณติวัฒนากุล ไปยังบ้านพักย่านห้วยขวาง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา ในวันศุกร์นี้ เวลา 12.00 น. ที่ สน.ลุมพินี โดยจะแจ้ง 2 ข้อหา เนื่องจากการสืบสวนพบว่า น.พ.พิสิฐ กระทำความผิด 2 ข้อหา ประกอบด้วย พ.ร.บ.สถานพยาบาลและไม่ควบคุมดูแลการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำและทั้งปรับ และหาก น.พ.พิสิฐ ไม่เดินทางมาตามหมายเรียกก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และหากยังไม่มาจะขอศาลออกหมายจับทันที
นอกจากนี้ ในวันพุธทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีและจะมีความชัดเจนมากขึ้น
รองผบช.น.ไม่ให้นน.DNAญี่ปุ่นยันต้องมาแจงเอง
พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า กรณี นายก้อง สุริยะมณฑล ทนายความพ่ออุ้มบุญชาวญี่ปุ่น เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน และอ้างว่านำตัวอย่างดีเอ็นเอของ นายชิเกตะ ที่ได้รับการยืนยันจากทางการญี่ปุ่น มามอบให้พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าวนั้น ทางตำรวจจะรับไว้ตรวจสอบ แต่ในทางคดีตำรวจยังไม่ให้น้ำหนักในส่วนนี้มากนัก เนื่องจากยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวอย่างดีเอ็นเอเป็นของ นายชิเกตะ จริงหรือไม่ เพราะตามขั้นตอนสากล หน่วยงานของแต่ละประเทศจะต้องมีการประสานข้อมูลกัน
ส่วนตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยากให้ นายชิเกตะ มาชี้แจงด้วยตนเอง เพราะยังมีประเด็นที่สงสัยหลายประเด็น และ นายชิเกตะ จะเป็นผู้ให้ข้อมูลได้ดีที่สุด พร้อมกันนี้ ยังกล่าวด้วยว่า ทางตำรวจยังจำเป็นต้องรอสอบปากคำจาก น.พ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล เจ้าของคลินิกสูตินารีเวช ออไอวีเอฟ ย่านเพลินจิต ที่เป็นผู้รับทำอุ้มบุญเสียก่อน
เครดิต news.sanook.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น