วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทนายความอุ้มบุญหอบหลักฐานมอบให้ตำรวจ


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 ส.ค. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผบก.น.4 พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.อ.สง่า กรรภิรมย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. และชุดสอบสวนได้ประชุมเร่งรัดคดีอุ้มบุญ โดย พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานงาน ไปยังหน่วยราชการในเรื่องเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในคดี แต่ยังคงต้องใช้เวลารอรับเอกสารและนำมาตรวจสอบอีกครั้ง และการประสานงานกับทนายความที่ดูแลคดีต่อจากทนายคนเก่า ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งในวันพุธจะมีการประชุมอีกครั้งที่ บชน.โดยจะมี พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์รอง ผบช.น. เป็นผู้ดำเนินการในส่วนต่างๆของคดี จากการตรวจสอบผลโครโมโซมวายของเด็กทั้ง 12 คน พบว่าเป็นโครโมโซมเดียวกันทั้งหมด ส่วนในเรื่องของนายชิเกตะเจ้าของน้ำเชื้อยังไม่มีการติดต่อเข้ามาและไม่ได้รับรายงานว่าได้เดินทางมาประเทศไทยแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา12.45 น. วันเดียวกันนายก้อง สุริยมณฑล ทนายความจากสำนักงานกฎหมายสากล พรีเมียร์ รับมอบอำนาจจากนายชิเกตะ มิตซูโตกิ เจ้าของน้ำเชื้อชาวญี่ปุ่น ได้เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว เพื่อนำหนังสือชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยไม่ปริปากเปิดเผยข้อมูลแต่อย่างใด ท่ามกลางสื่อมวลชนทั้งใน และนอกประเทศรอทำข่าวอย่างคับคั่ง โดยใช้เวลา กว่า 3 ชั่วโมง

ต่อมานายก้อง ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากนายชิเกตะ ให้ทำหนังสือชี้แจงมายังพนักงานสอบสวน โดยครั้งแรกได้ยื่นแล้วเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ต่อมา วันที่ 14 ส.ค. ได้ยื่นเป็นครั้งที่ 2 และวันที่ 18 ส.ค. มายื่นเป็นครั้งที่ 3โดยนำตัวอย่างดีเอ็นเอซึ่งได้รับการยืนยันจากหน่วยงานรัฐ และได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดจากทางญี่ปุ่นแล้วว่า เป็นดีเอ็นเอของนายชิเกตะจริง มามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย ซึ่งรายละเอียดต่างๆ ตนขออนุญาตไม่กล่าวถึง เนื่องจากระบุไว้ในเอกสารและหลักฐานหมดแล้ว

ทั้งนี้ยืนยันว่า นายชิเกตะ ไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้าแต่อย่างใด และไม่ทราบว่าจะเดินทางเข้ามาหรือไม่ ในส่วนกรณีว่าเหตุใดนายชิเกตะจึงต้องการมีลูกเยอะนั้นมีคำตอบอยู่ในเอกสารชี้แจงหมดแล้ว ซึ่งตนไม่สามารถเปิดเผยได้ ในกรณีที่นายชิเกตะยังไม่เดินทางมาชี้แจงด้วยตนเองนั้น เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการประสานงานอยู่ อย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่านายชิเกตะต้องการแสดงความเป็นพ่อของเด็ก ๆ จริง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะรับรองความต้องการดังกล่าวหรือไม่.

เครดิต dailynews.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น